[OS] Where is my phone? #ออสซี่ออสซี่

Type : OS

Paring : Chris Hemsworth & Peck Palitchoke

Rate : PG

Talk :  เรือผียิ่งกว่าผี 5555555555

 


 

“Ah..”

 

“หยุด!” คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน “ฟังไม่ออกโว้ยไม่ต้องพูด”

 

ผลิตโชคจิ๊ปากใส่ร่างใหญ่นัยน์ตาสีฟ้าตรงหน้าอย่างรู้สึกหงุดหงิด คนตัวใหญ่อ้าปากจะพูดก็ต้องปิดปากพร้อมทำหน้าหงอยอย่างถอดใจเมื่อคิดจะสนทนากับอีกฝ่ายที่ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด ผลิตโชคเองก็เซ็งไม่ต่างกันที่ฟังไม่ออก

 

เขาสะบัดมือไล่อีกฝ่ายที่ยืนขวางทางลูกค้าคนอื่นที่จะมาคิดเงิน เจ้าของร่างยักษ์ยอมเขยิบออกไปยืนอยู่ตรงหน้าประตูแทนโดยที่สายตายังคงจ้องมาทางผลิตโชคเช่นเดิม เมื่อคิดเงินให้ลูกค้าเรียบร้อยฝรั่งตัวใหญ่ก็เขยิบมาตรงหน้าเคาท์เตอร์พร้อมมอบรอยยิ้มโง่ๆมาให้อีกครั้ง

 

“อะไรอีกวะไอ้ฝรั่งนี่นิยังไม่ไปอีก”

 

คนหน้าสวยแยกเขี้ยวใส่แต่อีกฝ่ายก็ยังคงทำตาใสเช่นเดิม

 

“อยากจะบ้าโว้ย!”

 

“…”

 

คนตัวใหญ่กระพริบตาปริบๆมองปฏิกิริยาอีกฝ่ายอย่างงงๆ

 

“มองไร”

 

“…” แม้จะไม่เข้าใจสิ่งที่พูด แต่สีหน้าเหวี่ยงของคนตรงหน้าก็ทำเอารู้สึกกลัวแปลกๆเลยได้แต่ส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้ม

 

ทั้งคู่พบกันที่ป้ายรถเมล์เมื่อชั่วโมงที่แล้วด้วยความเซ่อซ่าของเขาที่ไปชนกับคนๆนี้ ยอมรับว่าตอนเงยหน้ามามองกำลังจะขอโทษรู้สึกสะดุดตากับดวงตาเจ้าเสน่ห์ของอีกฝ่ายสุดๆ แต่พอคนตรงหน้าตามเขามาและพูดสิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็แอบรู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อยแต่ถึงอย่างนั้นผลิตโชคก็แอบพยักหน้าภูมิใจกับใบหน้าของตัวเองที่ทำคนต่างชาติต่างทวีปมาตามตื้อได้ขนาดนี้

 

แต่ทว่าการที่ต้องอยู่สองต่อสองในร้านที่ลูกค้าคนอื่นๆก็ไม่มีมันน่ากลัวไม่น้อย แม้ตัวผลิตโชคจะสูงตามมาตรฐานชายไทยแต่ก็ไม่น่าจะสู้อีกฝ่ายที่ตัวใหญ่เหมือนหมีขนาดนี้ได้เลย ตอนนี้พนักงานก็พากันไปกินข้าวข้างนอกแถมเจ้าตัวก็ตัวเล็กกว่าเขาอีกไม่น่าจะช่วยอะไรได้ถ้าไอ้หมีนี่คิดจะปล้นร้านจริงๆ

 

คนต่างชาติที่ว่าโบกมือไปมาตรงหน้าเขาเพื่อเรียกความสนใจพร้อมคลี่ยิ้มจริงใจออกมาพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ริมฝีปาก ผลิตโชคแอบสะดุ้งเล็กน้อยแต่เมื่อมองใบหน้าที่ตอนนิ่งๆดูมีคาริสม่าแต่เมื่อยิ้มออกมาทำไมดูซื่อบื้อและโง่อย่างที่ตัวเขาก็ไม่อาจเข้าใจ

 

“My name is Chris”คริสพยายามพูดช้าที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้เพื่อสนทนากับอีกฝ่าย

 

“คริส? ชื่อเหรอ”

 

“Yes! Yes!”ใบหน้าที่มีหนวดและเคราปกคลุมพยักหน้าพร้อมยิ้มดีใจจนตาหยี ริมฝีปากบางขยับพูดอย่างเชื่องช้าอีกครั้ง

 

“I’ll give your wallet. And you took my phone.”

 

“วอลๆอีหยังวะ” ผลิตโชคขมวดคิ้วไม่เข้าใจก่อนจะร้องอ๋อออกมาเสียงดัง “ไอติมวอลล์หรอ ตู้ไอติมอยู่นู่นอยากกินก็ไปหยิบ”

 

คริสหันมองไปตามนิ้วมือ เขามองหน้าคนหน้าสวยสลับกับตู้ไอศกรีมที่ตั้งอยู่อย่างงงๆแต่ก็ยอมเดินไปที่ตู้นั้นแต่โดยดี

 

“My phone is here?”

 

“เออ”

 

ผลิตโชคที่ฟังไม่ออกก็ได้แต่เออออไปงั้นๆ คนตัวใหญ่เกาหัวพร้อมทำหน้ายู่แต่ก็เปิดตู้พร้อมรื้อไอศกรีมในตู้เพื่อตามหาโทรศัพท์อย่างตั้งใจ เขารื้อตู้จนคนเป็นพนักงานต้องเดินออกมาจากเคาท์เตอร์มาดูสภาพความเละเทะ

 

“โอ้ย ไอ้หมีควาย อยากกินอะไรวะ ถ้าไม่เห็นก็คือไม่มีไงโว้ยจะรื้อขนาดนี้ทำแป๊ะอะไรวะ”

 

คนตัวเล็กกว่าฟาดมือลงไหล่หนาจนเจ้าตัวสะดุ้งขึ้นมามองงงๆ คริสเบะปากทำหน้าจะร้องไห้

 

“My phone is not here. Where is my phone?”

 

“โอ้ย แค่ไอติมที่ชอบไม่มีจะร้องไห้เลยเหรอวะ”

 

คนหน้าสวยเกาแก้มอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรจะด่าที่รื้อตู้ไอศกรีมก็ด่าไม่ออก ถอนหายใจเซ็งๆก่อนจะหยิบถุงไอศกรีมแท่งนึงขึ้นมาพร้อมกับจูงมืออีกฝ่ายมายังเคาท์เตอร์

 

“เอ้า ไม่ต้องร้อง” เขายิงบาร์โค้ดก่อนจะยื่นให้อีกฝ่ายที่ทำหน้างงยิ่งกว่าเดิม “ฟรี”

 

“Free?”

 

“เออฟรี ตัวอย่างกับหมีควายทำไมขี้แยจังวะ”

 

“Thank you..”

 

“อันนี้ฟังออก ไม่ต้องขอบคุณหรอก”

 

ผลิตโชคมองหน้าอีกฝ่ายพร้อมยิ้มอย่างขำๆ แต่เหมือนจะมีศรของคิวปิดทิ่มหัวใจของคริสเพราะจู่ๆหัวใจก็เต้นแรงไปกับรอยยิ้มนั้น คนตัวใหญ่แกะกินอย่างไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็รู้สึกดีๆแปลกๆ

 

“กลับมาแล้ว พี่เอ๊ะซื้อข้าวมาฝากด้วย ไปกินข้าวเร็วพี่เป๊ก.. โอ้ะ” อิศราเงยหน้ามองคนร่างสูงที่กำลังกินไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อย “ลูกค้าเหรอพี่”

 

“มั้ง.. พี่เดินชนก่อนจะมาเข้างานอ่ะแต่แม่งตามมาแล้วจะคุยอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้เรื่องว่ะฟังไม่ออก สงสัยจะไม่มีเงินแต่อยากกินไอติมพี่เลยซื้อให้กินอ่ะ”

 

“ห่ะ.. ดูใช้ของแพงตั้งแต่หัวจรดเท้างี้ไม่มีเงินหรอ”

 

“ไม่รู้อ่ะ เดี๋ยวทอมมาคิดเงินค่าไอติมให้พี่ที พี่ยังไม่ได้จ่ายเงิน”

 

“โอเคๆ”

 

ผลิตโชคผละออกไปหลังร้านโดยทิ้งให้คริสและอิศราอยู่ด้วยกัน อิศราเองที่ความสามารถในภาษาอังกฤษต่ำเรี่ยดินเลยได้แต่ยิ้มหวานเดินหนีเข้าไปในเคาท์เตอร์รอคิดเงินให้คนเป็นพี่

 

“Ah..”

 

“หยุด!”

 

ไม่ทันได้พูดก็โดนคนตัวเล็กตะโกนขัดขึ้นมา เจ้าตัวยิ้มหวานพยายามสื่อสารด้วยการใช้มือว่าตนฟังกับพูดไม่ได้ คริสได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

 

ไม่นานนักประตูหลังร้านก็เปิดออกพร้อมใบหน้าที่ซีดเผือกของผลิตโชค

 

“ไอ้ทอม ฉิบหายแล้ว!”

 

“เกิดไรขึ้นพี่”

 

“เป๋าตังค์หาย!”

 

“เฮ้ย.. ลืมเอามาหรือเปล่า”

 

“ไม่นะ.. แต่ว่ามีโทรศัพท์ใครก็ไม่รู้อยู่ในกระเป๋าด้วย.. เอ๊ะ..”

 

ผลิตโชคชูโทรศัพท์หรูเครื่องที่ว่าขึ้นมาให้คนเป็นน้องดู แล้วหันไปสบตากับคนร่างใหญ่ที่กำลังเคี้ยวไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อยที่ยืนอยู่ เมื่อคริสเห็นเขาก็พูดรัวๆพร้อมชี้ตัวเองให้พนักงานสองคนยืนงงมองหน้ากัน

 

“หรือว่า..”

 

“ของฝรั่งคนนี้เปล่า?”

 

“ไม่รู้ดิ.. รอพี่เอ๊ะมาละกัน”

 

ไม่ทันขาดคำประตูเลื่อนออกอีกครั้งพร้อมกับร่างสันทัดของจิรากรที่เป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ จิรากรมองสลับทั้งสามคนอย่างงงๆ ผลิตโชควิ่งกลับเข้าไปหลังร้านเพื่อหยิบโทรศัพท์ตัวปัญหาแล้ววิ่งออกมาหาคนเป็นเจ้าของร้าน

 

“มีอะไรกันเหรอ”

 

เมื่อเล่าเรื่องคร่าวๆให้จิรากรฟังเจ้าตัวก็อาสาไปพูดกับคนตัวใหญ่ให้ ทั้งสองคนที่พ่นภาษาอังกฤษใส่กันรัวๆจนสองคนที่เหลือได้แต่ยืนมองงงๆ พูดกันได้สักพักคริสก็หยิบกระเป๋าเงินที่ดูคับคล้ายคับคาของผลิตโชคออกมา

 

“เฮ้ย ของผมนี่”

 

“เออ ของมึงอะแหละ” จิรากรว่าพร้อมทำหน้าล้อเลียนคนเป็นลูกน้อง “เขาบอกว่ามึงชนกับเขาที่ป้ายรถเมล์แล้วกระเป๋าตกกันใช่ไหม”

 

“ใช่พี่”

 

“เออ มึงไปหยิบโทรศัพท์ของลูกค้ามา เอาคืนเขาไปสิ”

 

“เอ้า แล้วทำไมไม่คืนกระเป๋าตังค์ให้แต่แรกวะ จะได้รู้”

 

ผลิตโชคยู่หน้าใส่คริสที่ยืนยิ้มงงๆไม่เข้าใจบทสนทนาของเจ้านายกับลูกน้อง แต่เมื่อเห็นคนหน้าสวยยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้เขาเลยยื่นกระเป๋าเงินของอีกฝ่ายคืนเช่นกัน

 

คริสพูดออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าผลิตโชคที่มองมาแปลกๆ จิรากรจึงกลายเป็นล่ามไปให้โดยปริยาย

 

“เขาไม่รู้ว่ามึงขโมยแล้วตีเนียนหรือเปล่า เสือกพูดไม่รู้เรื่องกันอีกเลยไม่กล้าคืนกระเป๋าตังค์ให้ ถ้าขโมยจริงๆจะได้ไปแจ้งความไง”

 

“อ่อ… งั้นฝากขอโทษเขาทีดิพี่”

 

“มึงอ่ะมายืนขอโทษเขาดีๆ เดี๋ยวกูแปลให้เขาเอง”

 

ผลิตโชคทำตามแต่โดยดี หยุดยืนอยู่ตรงหน้าร่างหมีของคริสที่กำลังยิ้มตาหยีให้เขาอยู่ คนหน้าสวยเกาแก้มด้วยความเขินที่เข้าใจคนตรงหน้าผิดไป ทุกคำพูดของเขาและอีกฝ่ายมีจิรากรคอยเป็นล่ามให้

 

“ขอโทษนะครับที่ไม่เข้าใจ ขอโทษจริงๆที่หยิบโทรศัพท์มา แถมนึกว่าคุณไม่มีเงินซื้อไอติมกินอีก..”

 

“ไม่เป็นไรครับ แล้วก็ขอบคุณที่เลี้ยงไอติมผมด้วยนะ”คริสหัวเราะออกมาเล็กน้อยตอนพูดประโยคนี้ ยิ่งทำให้ผลิตโชคอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

 

“ยังไงก็ขอโทษจริงๆนะครับ..”

 

“ครับผม.. คุณชื่อเป๊กใช่ไหม ผมคริสนะ”

 

เมื่อจิรากรพูดจบคริสก็ยื่นมือออกมาพร้อมรอยยิ้มเพื่อทักทาย ผลิตโชคอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามแล้วเอื้อมมือไปจับ

 

“Nice to meet you.”

 

คริสประทับริมฝีปากบนมือเรียวเล็กของคนหน้าสวยโดยมีจิรากรกับอิศรายืนมองตาค้างอยู่ข้างๆ ผลิตโชคที่ควรจะดึงมือหนีแต่กลับยินยอมในสัมผัสนี้โดยที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ คนตัวใหญ่ยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเสน่ห์ต่างจากยิ้มบื้อๆก่อนหน้านี้ คนถูกยิ้มให้ถึงกับรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มอย่างไม่เข้าใจ เขาหันไปพูดประโยคภาษาอังกฤษให้กับล่ามจำเป็นอีกครั้งแล้วหันกลับไปมามองด้วยสายตามีความหวัง

 

“ผมคงต้องไปแล้ว จะเป็นอะไรไหมถ้าจะขอเฟสหรืออะไรก็ได้ที่ติดต่อคุณได้”

 

“ห่ะ?” ผลิตโชคหันไปมองงงๆใส่คนเป็นล่าม “ขอไปทำไมอะ”

 

“อันนี้ให้กูแปลไหม”

 

“ไม่ต้องพี่.. บอกเขาว่าเอาโทรศัพท์มาสิ”

 

“ร้าย จะจับฝรั่งหรอ”อิศราที่ยืนนิ่งเงียบมานานเบ้ปากหมั่นไส้ให้คนเป็นพี่ ผลิตโชคหยักคิ้วกวนพร้อมหรี่ตามองอย่างคนเหนือกว่า

 

“ดูรวยดี ชอบ”

 

“อันนี้กูว่าควรแปลให้เขาฟัง”

 

“โอ้ย อย่านะ!”

 

คริสมองทั้งสามคนอย่างงงๆ แต่เมื่อฟังที่จิรากรบอกเรื่องที่ผลิตโชคขอโทรศัพท์ก็คลี่ยิ้มดี๊ด๊ากลายเป็นหมีโง่ๆอีกครั้ง ผลิตโชคมองปฏิกิริยาของคนตัวใหญ่ตรงหน้าก็แอบรู้สึกเขินๆอย่างเก็บไม่อยู่ เขาเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้มให้เมื่อต้องกดแอดทุกโซเชียลมีเดียของตัวเอง

 

“ถ้าผมทักคุณไป คุณจะรำคาญไหม”

 

“ไม่หรอก แต่อาจจะตอบช้าเพราะอ่านไม่ออก”

 

“แต่ถ้า ‘Love you’ น่าจะอ่านออกใช่ไหมล่ะ.. ไอ้สัส ทำไมกูต้องแปลอะไรแบบนี้”จิรากรอยากจะกัดลิ้นตายไปตรงนี้ โดยมีอิศรายืนขนลุกอยู่ข้างหลัง

 

แต่เจ้าของประโยคกลับหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าเหวอๆของคนรับสาร ใบหน้าสวยของผลิตโชคขึ้นสีแดงระเรื่อไปทั่วลามไปยันซอกคอขาว

 

“ผมคงต้องไปจริงๆแล้ว บ๊ายบาย ไว้จะมาเลี้ยงไอติมคืนนะ”

 

“บาย”

 

คริสมองคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาเอ็นดูก่อนจะเดินออกไปด้วยสีหน้าเปื้อนรอยยิ้ม และเหมือนหัวใจของผลิตโชคจะลอยตามไปด้วยอย่างไรอย่างนั้น คนหน้าสวยมองร่างอีกฝ่ายจนลับสายตาไป

 

“ให้ทุกอย่างขนาดนี้แล้วนะคุณหมี ถ้าไม่ทักมาละน่าดู”

 

ติ้ง

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดการเพ้อ ผลิตโชคได้แต่ภาวนาให้เป็นข้อความจากคนตัวใหญ่ เขาหรี่ตามองการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์และคลี่ยิ้มกว้างออกมาเมื่อมันเป็นข้อความจากคนที่เขาคาดหวังไว้จริงๆ

 

Line

Chris : Hello peck :)

 

Fin.

Advertisements